Bim100 มะเร็ง เนื้องอก เนื้อร้าย ซีสต์ กับข้อมูลที่ต้องรู้

Bim100 มะเร็ง เนื้องอก เนื้อร้าย ซีสต์ กับข้อมูลที่ต้องรู้

วิวัฒนาการล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ไทยเกี่ยวกับการสร้างสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน BIM

คณะนักวิจัย Operation BIM ซึ่งประกอบด้วย
1. รศ.ดร.เสาวลักษณ์ พงษ์ไพจิตร
2. รศ.ดร.วิลาวัลย์ มหาบุษราคัม
3. ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา
4. รศ.ดร.อำไพ ปั้นทอง
5. รศ.ดร.ศิริวรรณ องค์ไชย
     ได้ทำการทดสอบผลิตภัณฑ์ Operation Bim ต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้สามารถอธิบายประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์โอเปอเรชั่นบิมในการสร้างสมดุลของภูมิคุ้มกันตามหลักภูมิคุ้มกันวิทยาล่าสุด ในบทความ Bim100มะเร็ง เนื้องอก เนื้อร้าย ซีสต์ นี้คุณจะได้พบกับภูมิคุ้มกันที่สมดุลกับการดูแลมะเร็ง เนื้องอก เนื้อร้าย ซีสต์

     มะเร็ง คือ กลุ่มของโรคที่เซลล์เจริญ (แบ่งตัว) อย่างผิดปกติ การที่เซลล์เปลี่ยนสภาพไปจากปกติจึงไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของร่างกายในเรื่องวัฏจักรการแ่บ่งตัว ทำให้เกิดการรุกรานเนื้อเยื่อข้างเคียง หรืออาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายซึ่งแตกต่างจากเนื้องอกธรรมดาที่ไม่รุกราน หรือแพร่กระจาย และขนาดจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มะเร็งมีสาเหตุมาจากยีนซึ่งควบคุมการทำงานของเซลล์ผิดปกติไป โดยอาจเป็นผลมาจากสารก่อมะเร็ง เช่น ยาสูบ ควัน รังสี สารเคมี หรือเชื้อโรค นอกจากนี้ความอ้วนยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งมดลูก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งที่ไต มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งทรวงอก มะเร็งไขกระดูก มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอน-ฮอดจ์กิ้นและมะเร็งรังไข่ จากสถิติของผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทยเมื่อจำแนกตามเพศพบว่า เพศชายเสียชีวิตจากมะเร็งปอดมากที่สุด รองลงมาคือ มะเร็งตับ ส่วนเพศหญิงเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกมากที่สุด รองลงมาคือมะเร็งเต้านม โดยปกติมะเร็งทุกชนิดมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อ ยกเว้นมะเร็งเม็ดเลือดขาว นักภูมิคุ้มกันวิทยาอเมริกันพบว่า การกระตุ้น Th1 และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Th17 ทำให้เม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตจัดการกับเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีความพยายามเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาวิธีการต่างๆ ที่จะนำ Th17 มาเพื่อใช้รักษามะเร็ง แต่จนบัดนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จในการกำหนดวิธีการมาตรฐานที่ได้ผล และปลอดภัย

     คณะนักวิจัย Operation Bim จากศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทยได้วิจัยและัพัฒนาสารเสริมประสิทธิภาพจากสาร GM-1 ในมังคุด และสารธรรมชาติจากงาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง และบัวบก จนได้แคปซูลเสริมอาหาร ที่พิสูจน์โดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์แล้วว่าสามารถกระตุ้นการทำงานของ Th1 ได้ชัดเจน และกระตุ้น Th17 เพิ่มขึ้นได้หลายเท่า และแพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้พิสูจน์แล้วว่า สารเสริมประสิทธิภาพนี้สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายที่ไม่ตอบสนองต่อเคมีบำบัดแล้วอย่างน้อย 2 สูตรได้อย่างปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง "การสร้างภูมิคุ้มกันที่สมดุล เป็นมิติใหม่ของการดูแลสุขภาพ"

Bim100 มะเร็ง (Cancer) แชร์ประสบการณ์ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ Operation bim

คุณสุภัสสรา เอมเอก ผู้มีปัญหามะเร็งต่อมน้ำเหลือง ลามไปที่กระดูกต้นขา
     เป็นมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลืองระยะ 4 ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด 8 คอร์ส ต่อมาลุกลามไปที่กระดูกขาขวา ทำให้กระดูกขาหัก มีรอยดำที่กระดูกกะโหลกศีรษะ, มีก้อนที่ไตด้วย แต่ไม่ได้ตัดชิ้นเนื้อตรวจจึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใช่เป็นก้อนมะเร็งหรือไม่ แต่ก้อนนี้หายไปหลังให้เคมีบำบัด ต่อมารักษาอาการที่ขาขวาโดยครั้งที่หนึ่งด้วยการผ่าตัดใส่เหล็กที่ขาขวา และฉายแสงตรงบริเวณที่ผ่าตัดขาเพื่อกระตุ้นให้กระดูกงอก แต่กลับไม่งอก ยังคงมีช่องว่างของกระดูกอยู่ ต่อมาครั้งที่สองจึงผ่าตัดกระดูกขาขวาอีกครั้งเพื่อปลูกถ่ายกระดูก แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ นั่นก็คือกระดูกที่มาปลูกใหม่ยังไม่ติดกัน จึงมีอาการปวดขาขวา ยิ่งลงน้ำหนักตอนเดินยิ่งปวด ร่างกายซูบผอม อ่อนเพลีย เดินโดยอาศัยไม้ค้ำยัน และมีความวิตกกังวลอยู่ 2 เรื่องคือ 1.ถึงแม้ว่ามีโอกาสหาย 90% แต่ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ถึง 50% 2.กำลังวางแผนที่จะผ่าตัดที่ขาซ้ำอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อที่จะใส่วัสดุประเภทซีเมนต์เพื่ิอปิดช่องว่างของกระดูก ตั้งแต่ตุลาคม 53-กุมภาพันธ์ 54 ดูแลตัวเองตามแนวการดีท็อกซ์ด้วยอาหารและนั่งสมาธิ จนมีเพื่อนที่เป็นมะเร็งตับที่ *BIM แล้วผลตรวจสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆมาแนะนำให้เริ่ม *BIM เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 54 พอได้ 2 สัปดาห์ สังเกตเห็นว่าผิวพรรณมีการเปลี่ยนแปลง รู้สึกสดชื่น กระชุ่มกระชวย ไม่เพลีย นอนหลับดี เมื่อครบ 3 เดือนเอกซเรย์กระดูกขาตรงที่มีช่องว่าง เริ่มมีเงาให้เห็นรางๆ แสดงว่าเริ่มมีกระดูกงอก พอครบ 6 เดือน เอกซเรย์กระดูกขา กระดูกงอกเพิ่มกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ครบ 1 ปี (15 พ.ค.55) ผลการเอกซเรย์กระดูกขาชี้ว่า กระดูกติดดีแล้ว ไม่มีช่องว่าง ซึ่งก็หมายความว่าเซลล์มะเร็งที่กระดูกถูกยับยั้งไปแล้ว กระดูกจึงสามารถสร้างเชื่อมติดกันได้จนแพทย์ขยายเวลานัดเพื่อติดตามเรื่องกระดูกเป็นปีละ 1 ครั้ง และน้ำหนักเพิ่มขึ้น 3 ก.ก. (จาก 51 เป็น 54 ก.ก.) อาการปวดขาลดลง เดินได้เกือบเหมือนเดิม ไม่ต้องใช้ไม้เท้าแล้ว แม้ว่าเดินกะเผลกอยู่บ้าง มีปวดขาบ้างคงเกิดจากโลหะที่อยู่ข้างในอาจเสียดสี หรือทับเนื้ออยู่บ้าง แต่ก็พอใจแล้วค่ะ ตลอดเวลาที่ (BIM ไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น สดชื่น ผิวพรรณดีขึ้นมีน้ำมีนวล ดูไม่เหมือนคนป่วยสักเท่าไหร่ ไม่มีความวิตกกังวลว่าจะกลับมาเป็นซ้ำ เพราะเชื่อมั่น *BIM ภูมิคุ้มกันที่สมดุล ถ้านับว่าตอนที่เริ่มรักษาเป็นศูนย์ ในวันนี้ก็ถือว่าดีขึ้นเป็น 98% ค่ะ (น้ำมังคุด 1 ซอง, สีเหลือง กลางวัน 2 แคปซูล เย็น 2 แคปซูล และก่อนนอน 2 แคปซูล)

คุณจันทร์จิรา  พลันเค็ทท์ ผู้มีปัญหามะเร็งปากมดลูก ลามไปต่อมน้ำเหลือง และปอด
     สุขภาพปกติดีไม่มีอาการใดๆ จนกระทั่งไปตรวจสุขภาพประจำปี 50 ถึงพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก รักษาด้วยการให้เคมีบำบัด 6 ครั้ง, ฉายรังสี 33 ครั้ง, ใส่แร่ 4 ครั้ง และตัดห่วง (ปาดเนื้อบางส่วนออก) จนตรวจไม่พบมะเร็ง กระทั่งเดือนธันวาคม ปี 54 รู้สึกปวดแถวๆซี่โครงซ้าย ไปตรวจด้วย MRI พบว่ามีจุดดำที่ปอดข้างซ้ายขนาด 3 ซ.ม. และต่อมน้ำเหลืองโต 7 แห่ง แสดงว่ามะเร็งลามไปต่อมน้ำเหลือง และปอดแล้ว จึงวางแผนการรักษามะเร็งด้วยการฉายรังสี 33 ครั้ง แต่ฉายได้เพียงแค่ 10 ครั้งก็มีอาการข้างเคียงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนทุกวัน จึงตัดสินใจหยุดฉายรังสี และวางแผนรักษาใหม่ด้วยการให้เคมีบำบัด 6 ครัง พอทำไปได้ 3 ครั้งก็ทนอาการข้างเคียงไม่ไหว ทั้งผมขาด ผมร่วงจนศีรษะล้านเลี่ยนไม่เหลือตอของเส้นผม อ่อนเพลีย ไม่มีแรง คลื่นไส้ ทานข้าวไม่ได้ ร่างกายซูบผอม น้ำหนักตัวอยู่ที่ 46-47 ก.ก. รู้สึกร้อนเหมือนมีไฟมาจี้ที่กลางลิ้น ต้องทานไอศกรีมวันละ 5-6 แท่ง และใช้น้ำแข็งมาถูที่ลิ้นให้คลายความร้อน อ้าปากเป่าลม และอมน้ำเย็นแล้วบ้วนทิ้งบ้าง นอนบนเตียงจะรู้สึกเวียนศีรษะและอาเจียน ทำให้ต้องนอนลงกับพื้นแทน แต่ก็หลับไม่สนิท เพียงแต่งีบหลับเป็นพักๆ จากอาการข้างเคียงดังกล่าวทำให้กลัวจะเสียชีวิตก่อนที่จะรักษาได้ครบตามแผนที่วางเอาไว้ จึงตัดสินใจหยุดเคมีบำบัดเมื่อเดือนมิถุนายนปี 55 ต่อมาเดือนสิงหาคม คุณลุงในหมู่บ้านแนะนำให้เริ่ม *BIM ได้ 3 สัปดาห์ผู้คนรอบข้างหรือคนที่เคยมาเยี่ยมเยีนรักมาทัก "ไปทำหน้ามาหรือ" ดูเปล่งปลั่งขึ้น ผิวดี" เรารู้สึกว่าข้างในร่างกายดีขึ้นมาก เคยขับรถไปทำธุระออกจากบ้านตั้งแต่ตี 2 กว่าจะได้กลับเข้าบ้านก็ 2 ทุ่ม ทั้งวันไม่ได้งีบหลับเลยก็ยังไม่เพลีย พอใครๆเห็นว่าเราแข็งแรงขึ้น ดูเปลี่ยนไปก็มาถามว่าไปทำอะไรมา แนนจึงแนะนำคนอื่นๆให้รู้จักกับ *BIM บ้างเช่น คนที่มีปัญหามะเร็งปากมดลูก, SLE, ภูมิแพ้, เบาหวาน คุณแม่ที่เป็นข้อเข่า และสามีชาวแคนาดาที่เป็นโรคหัวใจ ปัจจุบันสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี มีความประทับใจและมั่นใจบิมมากค่ะ (น้ำมังคุด 1 ซอง, สีเขียว กลางวัน 2 แคปซูล เย็น 2 แคปซูล และก่อนนอน 2 แคปซูล)

คุณสุเทพ แหวนทอง ผู้มีปัญหามะเร็งต่อมลูกหมาก ลามไปที่กระดูกสันหลัง
     เริ่มจากร่างกายอ่อนเพลีย ปัสสาวะบ่อยครั้ง แต่กะปริดกระปรอย บางครั้งมีเลือดปนออกมา เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามข้อ ภายใน 2 เดือนน้ำหนักลดลงไป 20 ก.ก. เมื่อต้นปี 54 ไปตรวจร่างกายหลายครั้งใช้เวลาอยู่ 2 เดือน จนกระทั่งพบว่าดัชนีบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) สูงมากอยู่ที่ 100 ng/ml (คนปกติต้องน้อยกว่า 4.0 ng/ml) จึงตัดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากไปตรวจ ปรากฎว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แพทย์จึงทำการผ่าตัดมะเร็งออกไปเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2554 และเริ่มเดินไม่ได้ในเย็นวันนั้น ต่อมาตรวจ MRI พบว่ามะเร็งเริ่มลามไปที่กระดูกสันหลัง และอาจเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ เพราะมะเร็งลามไปทำลายกระดูกสันหลังทำให้ทรุดไปทับเส้นประสาทที่หลัง หลังจากที่แผลผ่าตัดหายดีแล้ว เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2554 จึงทำการฉายแสงติดต่อกัน 10 วัน ระหว่างที่นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล เป็นอัมพาตครึ่งซีก ร่างกายท่อนล่างตั้งแต่เอวจนถึงปลายเท้าจะกระดิกกระเดี้ยวตัวไม่ได้ เดินไม่ได้ เริ่ม *BIM ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2554 พอเดือน มีนาคม 2555 (ประมาณ 11 เดือน) ค่า PSA อยู่ที่ 0.82 ng/ml สุขภาพโดยรวมทั้งหมดดีขึ้นถึง 70% วันที่ 6 สิงหาคม 2555 (ประมาณ 16 เดือน) สุขภาพแข็งแรงดี คุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่เริ่มรักษาครั้งแรกเดินไม่ได้เลย แต่ตอนนี้ช่วยเหลือตัวเองได้ครับ เข้าห้องน้ำ ทานอาหารเองได้ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นให้เดือดร้อน ใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเดินระยะใกล้ได้ สามารถนั่งนานๆได้
     ปัจจุบันเดือนเม.ย. 56 ตลอด 2 ปีที่ *BIM ค่า PSA อยู่ที่ 1 กว่า อยู่ในเกณฑ์ปกติมาตลอด และผลเอกซเรย์กระดูกสันหลังพบว่าสมบูรณ์ดี บิดตัวได้ตามปกติ ถ้าเดินภายในบ้านหรือระยะทางใกล้แทบไม่ต้องใช้ไม้เท้าแล้วครับ (น้ำมังคุด 1 ซอง, สีเขียว กลางวัน 3 แคปซูล เย็น 3 แคปซูล และก่อนนอน 3 แคปซูล)

*BIM คือ Balancing Immunity ภูมิคุ้มกันทีี่สมดุล
คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และระยะเวลาที่ได้ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล